YOU ARE HERE:

The-Thainews.com

ค้นหา

พม่า – ขุมทองแห่งเอเชีย?

E-mail Print PDF

ข่าวเกี่ยวกับพม่ายังปรากฎในสื่อต่างประเทศแทบไม่เว้นแต่ละวันเพราะมีสถานการณ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ล่าสุด นายเดวิ คาเมอรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้มาเยือนพม่าในรายการทัวร์ประเทศเอเชีย นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอังกฤษที่มาเยือนพม่าขณะอยู่ในตำแหน่งนับแต่พม่าได้เอกราชเมื่อปี 2491 และเป็นผู้นำชาติยุโรปตะวันตกคนแรกที่เยือนพม่าหลังการเลือกตั้งซ่อมที่เพิ่งผ่านไป ในการเยือนครั้งนี้ เขาได้เข้าปรึกษาหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีเต็งเส่ง และเข้าพบกับนางอองซานซูจี ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่ ต้อง ทำสำหรับผู้นำต่างประเทศที่มาเยือนพม่าที่นอกจากพบผู้นำพม่าและประกาศชืนชมการปฏิรูปประเทศอย่างกล้าหาญของเต็งเส่งและมองว่าประชาธิปไตยในพม่าไม่อาจถอนหลังกลับอีกแล้ว เขาได้พบกับนางอองซานซูจีด้วย หากไม่ได้พบกับนางก็ดูหมือนกับไม่ได้มาพม่า แสดงว่า ผู้นำต่างประเทศให้ความสำคัญแก่นางอองซานซูจีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตยในพม่าไม่แพ้ผู้นำพม่า การกำหนดท่าทีต่อรัฐบาลใหม่ของพม่าดูเหมือนว่าจะพิจารณาควบคู่ไปพร้อมกับผลการหารือกับนางอองซานซูจีด้วย

นายกรัฐมนตรีคาเมอรอนเปิดเผยว่า เขาจะเสนอสหภาพยุโรปให้ระงับหรือผ่อนคลายการแซงชั่นพม่าที่ประกาศใช้มาแล้วหลายปี เช่น ระงับการอายัดทรัพย์สินชาวพม่าเกือบ 500 คน และระงับข้อจำกัดในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เหมืองแร่ ป่าไม้ เพื่อช่วยเหลือพม่าที่ไม่ควรยากจนเหมือนเก่า แต่จะยังคงห้ามส่งอาวุธให้กับรัฐบาลเช่นเดิม ทั้งนี้ นายคาเมอรอนบอกว่า จะตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในพม่าอย่างระมัดระวัง ถ้าใครขัดขวางการปฏิรูป อาจต้องแซงชั่นพม่าอย่างเดิม เป็นที่น่าสังเกตว่า อังกฤษจะทำอะไรมักเป็นไปอย่างระมัดระวังแบบผู้ดีอังกฤษ ไม่ใจร้อนหรือโฉ่งฉ่างแบบอเมริกัน ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศมองว่า ท่าทีของอังกฤษครั้งนี้น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของประเทศในสหภาพยุโรปในการผ่อนคลายหรือระงับการแซงชั่นพม่าในหลายเรื่องตามอังกฤษ เพราะฉนั้น ท่าทีของอังกฤษจึงมีความสำคัญต่อพม่าอย่างมาก

อังกฤษเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของพม่า ซึ่งทางการพม่ากับอังกฤษเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด อังกฤษเป็นผู้นำในการแซงชั่นพม่าและยุให้คนอื่นทำตาม ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปก็จะมองอังกฤษและสหรัฐเป็นสำคัญ โดยสหภาพยุโรปจะประชุมกันในวันที่ 23 เมษายนนี้เพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับพม่า คาดว่า ประเทศในยุโรปก็คงตัดสินใจตามท่าทีของอังกฤษ .ในขณะที่นอร์เวย์ยกเลิกการแซงชั่นพม่าแล้ว จนถึงขณะนี้ สหภาพยุโรปยังห้ามขายอาวุธให้พม่า ห้ามการลงทุนในพม่า จำกัดการให้วีซ่า และอายัดทรัพย์สินของบุคคลสำคัญของพม่า ห้ามนำเข้าอัญมณี ไม้และโลหะจากพม่า ออสเตรเลียยังจำกัดเรื่องการให้วีซ่า และห้ามขายอาวุธให้พม่า หากพม่าทะยอยปล่อยนักโทษการเมืองออกมาเรื่อย ๆ จนหมด หรือเหลือน้อยที่สุด และหยุดละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะต่อชนกลุ่มน้อย พม่าคงได้รับการตอบสนองด้านบวกจากประเทศตะวันตกยิ่งขึ้น

ประเทศที่ตามอังกฤษโดยทันที คือ ออสเตรเลีย โดยเมื่อ 16 เมษายน ออสเตรเลียได้ประกาศผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรพม่าด้วยการยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางและทำธุรกรรมทางการเงินกับเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลและ

พลเรือนพม่า 260 คนจาก 392 คน ยังเหลือคนที่ยังถูกห้ามประมาณ 130 คน ส่วนใหญ่เป็นทหารในกองทัพและผู้ต้องสงสัยละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า เพื่อกดดันรัฐบาลพม่าให้เดินหน้าปฏิรูปประเทศต่อไป รวมทั้งการให้เสรีภาพทางการเมืองอย่างเต็มที่และการปรองดองกับชนกลุ่มน้อย เท่ากับเป็นการต่อรองกับทางการพม่า เพราะหากรัฐบาลพม่าหยุดการปฏิรูปเมื่อใด มาตรการที่ผ่อนคลายหรือยกเลิกก็จะกลับมาใช้อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 สหรัฐอเมริกาหลังการเยือนพม่าของนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ได้ประกาศผ่อนคลายข้อจำกัดทางการเงินและการให้วีซ่าแก่บุคคลสำคัญพม่าที่จะเยือนสหรัฐ ผ่อนคลายความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่พม่า และประกาศจะส่งเอกอัคราชทูตมาประจำพม่าหลังจากระงับไปนาน เท่ากับเป็นการยกระดับความสัมพันธ์กับพม่าอีกครั้ง อย่างไรก็ดี สหรัฐเช่นเดียวกับอังกฤษยังแซงชั่นไม่ส่งอาวุธให้รัฐบาลพม่าเพราะเกรงว่าจะนำไปปราบปรามชนกลุ่มน้อย ยังห้ามการลงทุนและการทำธุรกรรมทางการเงิน กับพม่า และห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการจากพม่า ส่วนแคนาดาซึ่งใกล้ชิดกับสหรัฐยังคงอายัดทรัพย์สินและห้ามค้าขายกับพม่า ก็คงจะผ่อนคลายมาตรการตามสหรัฐและอังกฤษ

ในขณะที่อาเซียนเรียกร้องให้ประเทศตะวันตกยกเลิกการแซงชั่นต่อพม่า เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลพม่าในการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

หลังจากพม่ามีความก้าวหน้าในการปฏิรูปการเมืองด้วยดี พม่ากำลังปฏิรูปเศรษฐกิจในหลายด้าน พม่ามีแผนเปิดตลาดด้านการสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศโดยกำลังเสนอร่างกฎหมายโทรคมนาคมซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเข้าร่วมประมูลสัมปทานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้เป็นครั้งแรก รัฐบาลพม่าตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถให้บริการสื่อสารผ่านเครือข่ายแบล็คเบอรี่ได้ในปี 2557 และตั้งเป้าให้มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ทั่วประเทศร้อยละ 50 ในปี 2558 นอกจากนั้น โครงการนี้จะเป็นโครการนำร่องเป็นการดึงเงินลงทุนเงินจากต่างประเทศมาลงทุนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทั้งแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ อัญมณี เวลานี้ บริษัทธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมของมาเลเซียมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในพม่าด้วย เพียงแต่รอความชัดเจนของกฎหมายการลงทุน ระบบการเงิน นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนให้เรียบร้อยให้เรียบร้อยก่อน

ในขณะที่ญี่ปุ่นจะเข้าไปช่วยพม่าตั้งตลาดหุ้น โดยตลาดหลักทรัพย์โตเกียว หรือ ทีเอสอี. เปิดเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับธนาคารกลางพม่าเพื่อร่วมกันตั้งตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในพม่าให้เสร็จในปี 2558 เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยในชั้นแรกญี่ปุ่นจะช่วยดูแลกฎระเบียบการซื้อขาย ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจมอบทุนดำเนินการขั้นแรกให้พม่าด้วย ถือว่านี่เป็นความพยายามอีกขั้นหนึ่งของพม่าเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

ด้านการเกษตรซึ่งถือว่าเป็นเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ พม่ากำลังฟื้นภาคการเกษตรโดยมีเป้าหมายเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวและพัฒนาคุณภาพข้าวซึ่งถือว่าเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลเต็งเส่ง เพื่อเพิ่มการส่งออกจากเดิมปีละ 8 แสนตันเป็น 1 ล้านตัน รัฐบาลได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติในการฟื้นฟูภาคเกษตรของประเทศด้วยการสนับสนุนเครื่องมือเกษตรที่ทันสมัยซึ่งเกษตรกรกำลังขาดแคลน โดยมี

เป้าหมายจะปลูกข้าวให้ได้มากกว่า 1 แสนเอเคอร์ในฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ รัฐบาลมีแผนผ่อนปรนด้านภาษีแก่ผู้ส่งออกข้าว พม่าเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกเมื่อปี 2477 โดยเคยส่งข้าวออกมากที่สุดในขณะนั้นถึง 3.4 ล้านตัน ประเทศที่นำเข้าข้าวจากพม่ารายใหญ่เป็นประเทศในแอฟริกา ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ และจีน

ถนนหลายสายกำลังมุ่งสู่พม่า แม้แต่ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอ.ดี.บี.ยังมองว่า พม่าเป็นขุมทองของอาเซียน ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทองคำ ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อยู่ระหว่างอินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พม่าเป็นตลาดใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโอกาสมากมาย เศรษฐกิจ

ของพม่ามีโอกาสเติบโตสูงหากตะวันตกยกเลิกการคว่ำบาตร นักลงทุนต่างชาติก็จะหลั่งไหลเข้าไปลงทุน เพราะเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีความสดอยู่ อย่างไรก็ดี เอดีบี.เตือนว่า พม่ายังมีอุปสรรคเผชิญหน้าหลายด้านที่อาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ เช่น การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิรูปภาคธนาคาร แต่แม้หนทางยังยาวไกล แต่ทุกอย่างก็ดูเป็นใจให้พม่า

นักลงทุนไทยซึ่งอยู่ใกล้สุดก็มีความตื่นตัวสูง เพราะไม่อยากพบกับคำว่า ใกล้เกลือกินด่าง

18 เมษายน 2555

 

ความคิดเห็น

ความเหมาะสมของเว็บไซต์นี้
 

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

Content View Hits : 1538378